ASIATIQUE The Riverfront
เปิดตำนานของท่าเรือระหว่างประเทศที่แรกของสยาม

ย้อนกลับไปในช่วงปี 1884 ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ประเทศในเอเชียอยู่ภายใต้การคุกคามของการรุกรานจากมหาอำนาจยุโรป ด้วยการมองการณ์ไกลของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้มีความคิดริเริ่มที่จะยกระดับสยามให้ไปถึงประเทศชั้นนำของโลกและตัดสินใจที่จะสร้างความสัมพันธ์กับประเทศเดนมาร์ก รวมถึงในขั้นตอนนี้คือการก่อสร้างของท่าเรือที่เป็นของ บริษัท อีสต์เอเซียติก ซึ่งทำธุรกิจที่ทุ่มเทให้กับการส่งออกไม้สัก โดยมี Mr. Hans Nille Anderson, สัญชาติเดนมาร์ก เป็นเจ้าของบริษัท

ท่าเรือนี้ คือสัญญาณการเริ่มต้นของการทำการค้าระหว่างประเทศ ระหว่างราชอาณาจักรไทยและประเทศในยุโรป และเป็นกุญแจสำคัญในการที่สยามยังคงรักษาอธิปไตยและความเป็นอิสระจวบจนทุกวันนี้

ปัจจุบัน พื้นที่เดียวกันนี้ที่ท่าเรืออีสต์เอเซียติกครอบครองกำลังคืนไปสู่ความรุ่งโรจน์เดิมภายใต้ชื่อ "เอเชียทีคเดอะริเวอร์ฟร้อนท์"
ด้วยครั้งแรกและเป็นที่ที่วิถีชีวิตริมฝั่งแม่น้ำที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย ตั้งอยู่บนแม่น้ำเจ้าพระยา

เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์

ประเภทโครงการ : สถานที่ท่องเที่ยวและแหล่งช้อปปิ้ง  /  เจ้าของโครงการ : TCC LAND Co., Ltd.  /  ขนาดพื้นที่ : 28.88 เอเคอร์ / 12 เอเคอร์ของเฟสแรก
จำนวนร้านค้า : 1,500 ร้านค้า  /  จำนวนร้านอาหาร : 40 ร้าน.

องค์ประกอบร้านค้า : ร้านค้าสำหรับนักท่องเที่ยว, การแสดง – โรงละครหุ่นกระบอกโจ-หลุยส์ และ โรงละครคาลิปโซกรุงเทพ, บาร์และร้านอาหาร, ร้านค้าแฟชั่นและจิปาถะ, ร้านเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้าน

แนวทางการออกแบบ : ฟื้นฟูสถาปัตยกรรมเดิมในช่วง พศ. 2450 ถึง พ.ศ. 2490 และสร้างใหม่ในบางส่วนให้กลมกลืนกับความงามทางสถาปัตยกรรมในสมัย รัชการที่ 5 (โคโรเนียล)

องค์ประกอบของโครงการ
เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์
ภายในโครงการ เอเชียทีค, เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ ได้สอดแทรกเรื่องราวที่เกิดขึ้นในอดีต เพื่อเป็นการให้ความรู้ในลักษณะจดหมายเหตุ เกี่ยวกับความสำคัญในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น วิถีชีวิตริมแม่น้ำเจ้าพระยา การค้าขายกับต่างประเทศในยุคล่าอาณานิคม พร้อมบอกเล่าถึงความเจริญของสถาปัตยกรรมในยุคนั้น ด้วยการปรับปรุงอาคารเก่า และรักษาโครงสร้างทางสถาปัตยกรรมในสภาพเดิมไว้เกือบทั้งหมด อาทิ หลุมหลบภัยสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2, รางรถโบราณ, โรงเลื่อยเก่า, เครนโรงเลื่อย, ซุ้มโกดังสินค้า, ท่าเรือประวัติศาสตร์ และเครนยกของริมน้ำ
Chareonkrung District
ครั้งหนึ่งเคยเป็นศูนย์กลางการค้าเก่า ตอนนี้คือ "ถนนสายใหม่ไปสู่ความทันสมัยของประเทศ" ค้นหาวัฒนธรรมไทยทั้งแบบดั้งเดิมและทันสมัยผ่านศิลปะการแสดงหุ่นกระบอกไทยโดยโจหลุยส์ การแสดง Calypso และการแสดงสดมวยไทย รวมทั้งกว่า 1,000 ร้านค้าปลีก ขายหัตถกรรมไทย ของที่ระลึก ตกแต่งบ้านและสปา อ่านต่อ..ปิด
town square district
ผสมผสานวิถีชีวิตรูปแบบไทยและตะวันตก กับอาหารนานาชาติ นอกจากนี้ยังมีพื้นที่สำหรับการจัดกิจกรรม รวมทั้งกีฬา, เกมส์และการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ อ่านต่อ..ปิด
Factory District
เป็นพื้นที่สำหรับโชว์ผลงานแฟชั่น ร้านอาหารฮิปๆ และร้านค้าที่ขายผลิตภัณฑ์ที่มีดีไซน์ทุกชนิด ตั้งแต่เสื้อผ้าไปจนถึง gadget ให้ความสำคัญกับการดำเนินชีวิตที่ทันสมัยหลังจากช่วง “ยุคสมัยอุตสาหกรรม” อ่านต่อ..ปิด
Waterfront District
ไฮไลท์หลักที่ เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ คือการพัฒนาพื้นที่ริมน้ำของกรุงเทพฯจากศูนย์กลางของการค้าไปสู่การท่องเที่ยว สถานประกอบการร้านอาหารนานาชาติได้ครอบครองพื้นที่ตามริมฝั่งแม่น้ำ ในขณะที่ทางเดินสาธารณะที่ยาวที่สุดของเมือง (300 เมตร) นี้เรียงรายไปด้วยร้านอาหารและลานกิจกรรม และยังเป็นที่จัดแสดงคอนเสิร์ต งานเทศกาลและการเฉลิมฉลองการนับถอยหลังปีใหม่ที่เกิดขึ้นอีกด้วย อ่านต่อ..ปิด
เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เป็นโครงการริมแม่น้ำขนาดใหญ่ที่แรกของกรุงเทพฯ ที่รวมแหล่งช้อปปิ้ง อาหาร สถานที่ท่องเที่ยว กิจกรรมต่างๆ ภายในสถานที่เดียวกัน ภายใต้วัฒนธรรมที่แข็งแกร่งนั่นคือสิ่งที่ทำให้แตกต่างจากห้างสรรพสินค้าอื่นๆ ที่ยังคงความสมดุลระหว่างประเพณีดั่งเดิมและความทันสมัย
7 สิ่งมหัศจรรย์ที่ เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์
ในขณะที่มีการปรับปรุงพื้นที่ ได้ค้นพบชิ้นส่วนของหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญ 7 ชิ้น
World War ll Bunker
หลักฐานของการทำลายล้างของสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งเป็นที่พักพิงหลบภัยให้กับคนในพื้นที่ ซึ่งวันนี้ยังคงอยู่เหมือนเดิมสามารถเข้าชมได้
Ancient Tram Track
ทางเดินรถรางอายุกว่าร้อยปีเป็นหลักฐานของรถรางที่วิ่งอยู่บริเวณท่าเรืออีสต์เอเซียติค คงความมีเสน่ห์และเป็นที่นิยมในอดีต
The Old Sawmill
แม้ว่าเรามีการปรับปรุงใหม่ให้เป็นร้านเสื้อผ้าแฟชั่น, โรงเลื่อยเก่ายังคงอยู่ โดยเราได้พยายามที่จะรักษาโครงสร้างเดิมและกรอบหลังคาเก่าเอาไว้。
The Sawmill Crane
แม้ว่าเครนนี้จะสึกหรอไปตามกาลเวลา แต่มันก็ยังคงอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์แบบ และช่วยให้เราสามารถจินตนาการบรรยากาศในการทำงานของผู้คนในช่วงเวลาเก่าก่อนได้เป็นอย่างดี
Colonial Style
โครงสร้างที่มั่นคงของหลังคาโค้งของคลังสินค้านี้ยังอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์และได้รับการปรับปรุงใหม่เพื่อให้ครอบคลุมร้านอาหารอินเทรนด์และแหล่งบันเทิงอื่นๆ
Historical Pier
มีเพียงท่าเรือเท่านั้นที่รวมเอาทั้งเทคโนโลยีและความทันสมัยอย่างที่ท่าเรือควรจะมี และตอนนี้มันคือท่าเรือของเอเชียทีคเดอะริเวอร์ฟรอนท์
Historical Waterfront Crane
เครนนี้ยังอยู่ในสภาพที่ดีและเป็นเครื่องเตือนใจถึงวันที่รุ่งโรจน์ของการค้าในท่าเรือนี้